ออนเซน ไทย ในกรุงเทพฯ น่าสนมั้ยหล่ะ ?!

เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา เราไปออนเซนมาค่ะ เป็น ออนเซน ไทย ที่เปิดแห่งแรกในประเทศไทย ชื่อว่า 湯の森温泉(ยุ โนะ โมริ ออนเซน) นั่นเองค่ะ หลายคนอาจจะร้อง อ๋อ…เพราะว่าได้ยินมาสักพักนึงแล้ว บางคนบอกว่า เคยไปมาแล้วจ้ะ แต่สำหรับเราเพิ่งจะมีโอกาสได้ไปมาค่ะ วันนี้ก็เลยจะมารีวิวประสบการณ์ออนเซนในเมืองไทย และการนวดไทยครั้งแรกของเรา จริง!! ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งเคยลองนวดกับเค้าเนี่ยหล่ะค่ะ 55+ ที่ไม่เคยนวดไม่ใช่เพราะว่าอะไรหรอกนะคะ แต่เป็นเพราะ กลัว ค่ะ กลัวว่านวดแล้วจะทำให้เป็นนั่นนี่ นวดไม่ดี จะทำให้ร่างกายเราพัง และเหตุผลอื่นๆอีกมากมาย ก็เลยทำให้กลัวการนวดไปเลย 55+ แต่เป็นเพราะว่าช่วงนี้เบื่อๆ เหนื่อยๆและเมื่อยซะเหลือเกิน คือว่าเมื่อยจริงจัง ปวดไปหลายจุด ก็เลยเอาฟระ…ลองดูหน่อยก็ไม่เสียหาย บวกกับที่ออนเซนเค้ามีแพคเกจน่ารักๆ ราคาก็ไม่แรงจนเกินไปนัก ก็เลยขอจัดสักหน่อยล่ะค่ะ เอาล่ะ…ตามมาดูกันดีกว่าว่า ออนเซนเมืองไทยจะเหมือนกับออนเซนที่ญี่ปุ่น หรือเปล่า…?
LillyLhin มาถึง ออนเซน ไทย ประมาณใกล้ๆเที่ยงค่ะ ตอนแรกก็แอบกังวลว่า โอ้ย…มาเที่ยงแบบนี้ เวลาแบบนี้จะมีคนมั้ยน๊า…และแดดเปรี้ยงแบบนี้ สงสัยจะไม่เหมาะกับการลงออนเซนซะละมั้ง แต่เนื่องจากมาถึงที่แล้ว ลองเข้าไปดูสักหน่อยจะเป็นไรไป ใช่มั้ยล่ะคะ

เข้ามาถึงด้านใน ให้ความรู้สึกผ่อนคลายจริงๆล่ะค่ะ และขอบอกว่า คนเยอะมาก เยอะเวอร์ ส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ ทั้งญี่ปุ่น, เกาหลีและฝรั่ง  เนื่องจากภาพประกอบไม่เอื้ออำนวย เราเลยขอเล่าให้เห็นภาพแทนแล้วกันนะคะ
diylifestyleblogsเมื่อก้าวเท้าเข้ามาที่นี่ คุณจะพบกับการจัดเรียงโซฟาและเก้าอี้ที่ให้อารมณ์สบายสุดๆ เหมือนกับเข้ามาในบ้าน อบอุ่นด้วยการต้อนรับของพนักงาน มีการแนะนำ ตอบคำถาม ยิ้มแย้ม และที่สำคัญคือการแสดงออกถึงความเต็มใจในการให้บริการ ทีนี้เรามาดูราคาและแพคเกจกันดีกว่า ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

ออนเซน ไทย

ออนเซน ไทย
ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ Yu no Mori Onsen ค่ะ

เราเลือกแบบแรกค่ะ คือออนเซนและนวดไทย เพราะว่าเราไม่เคยนวดมาก่อนเลยถามค่อนข้างมากหน่อยน่ะค่ะ จะนวดแบบไหนดี สำหรับคนที่ไม่เคยนวดเลย ใจจริงอยากนวดแบบประคบ แต่พี่เค้าแนะนำว่า มันประคบเฉยๆ ไม่ได้ช่วยเรื่องอะไร อารมณ์ประมาณว่าผ่อนคลายเบาๆ ก็เลยแนะนำเราว่าให้นวดไทย เพราะนอกจากจะแก้ปวดเมื่อยได้แล้ว ยังสามารถลงแช่ในบ่อออนเซนตอนนวดเสร็จได้อีกด้วย เพราะว่านวดไทยไม่ใช้น้ำมัน อีกอย่างเราก็ปวดๆเมื่อยๆอยู่ด้วย ก็เลยยอมรับคำแนะนำของพี่พนักงานแต่โดยดี
แพคเกจออนเซน + นวดไทยของเรา 790 บาทค่ะ เรามากับน้องสาว 2 คน โดนไปเบาๆ 1,580 บาท แต่เนื่องจากว่าจ่ายด้วยบัตร JCB ก็เลยได้ลดอีก 15% ว้าวๆ ความจริงซื้อแบบแพคเกจก็เหมือนได้ลดราคาอยู่แล้วนะคะ เพราะว่า ถ้าลงออนเซนอย่างเดียว จะต้องจ่ายในราคา 450 บาท และนวดไทยอย่างเดียว 390 บาท รวมทั้งหมดคือลดไป 50 บาท ทีนี้เราได้บัตร JCB มาลดด้วย ก็เลยฟินกันไปค่า
พอเลือกแพคเกจเรียบร้อยแล้ว พี่เค้าก็ให้เราเลือกคิวนวด และเพราะว่าเราไม่ได้โทรมาจองก็เลยต้องรอดูคิวก่อนว่าได้เมื่อไหร่ เราไปถึงตอน 12.00 น. ได้คิวตอน 14.00 น. คราวนี้รู้ละ เดี๋ยวคราวหน้าถ้าไปอีก ต้องโทรนัดคิวนวดก่อน จะได้ไม่เสียเวลาเนอะ ดังนั้น ใครจะไปนวด ก็อย่าลืมโทรไปจองเวลากันก่อนนะคะ
ระบุเวลานวดเรียบร้อยแล้ว พนักงานก็แจกแจงรายละเอียดขั้นตอนต่างๆ และให้กระดาษคู่มือการแช่ออนเซนมาใบนึง พร้อมกับ กำไรออนเซน 55+ เราขอตั้งชื่อเองนะ จากนั้นก็ไปเปลี่ยนรองเท้าแตะ (เป็นรองเท้าแบบไม้สาน) ซึ่งห้องเปลี่ยนรองเท้าและห้องน้ำจะอยู่ทางซ้ายมือ พอเปลี่ยนรองเท้าเรียบร้อยก็เดินมาอีกฝั่งทางด้านขวามือ ซึ่งจะผ่านคาเฟ่เล็กๆ ไปยังบ่อแช่ออนเซน ก่อนเข้าไปแช่ออนเซน พนักงานจะเตรียมผ้าขนหนู, อันเดอร์แวร์ หรือว่าชุดชั้นในสีดำ(สำหรับคนไม่กล้าแปลือย) และชุดยูกะตะให้เราเลือกสีเลือกลายค่ะ พอเลือกได้แล้วก็ลุยเลยค่ะ

ออนเซน ไทย

อ้อ…สำหรับท่านใดที่ต้องการผ้าขนหนูเพิ่ม ต้องจ่ายเงินเพิ่มชิ้นละ 20 บาทนะคะ ดังนั้น เก็บรักษาให้ดี ไม่งั้นเสียตังค์เพิ่มไม่รู้ด้วยนะคะ
ออนเซนของผู้หญิงจะมีสัญลักษณ์คือผ้าสีชมพูค่ะ เข้าไปแล้วก็ให้ถอดรองเท้าใส่ตระกร้า เดินเข้าไปแต่ตัว เสื้อผ้าและหัวใจกล้าๆอีกดวงนึง

จากนั้นก็ ….ผ่าง!!!

คุณก็จะพบเห็นภาพเปลือยของบรรดาสาวกออนเซนทั้งหลาย เพราะว่าต้องเปลี่ยนผ้า ความจริงต้องเรียกว่า เปลือยผ้า น่าจะดีกว่า มาถึงจุดนี้ ใครใคร่เปลือยก็เปลือย ใครใคร่ใส่อันเดอร์แวร์ก็เชิญเลยนะคะ เพราะสิ่งที่คุณสามารถพกเข้าไปได้คือ อันเดอร์แวร์บางๆ ที่ใส่แล้วก็ยังปิดบังได้ไม่มาก (แต่ก็ยังดีกว่าเปลือยล่ะนะ) และผ้าขนหนูเล็กๆ สำหรับคนที่สะดวกใจจะเปลือย 55+

มาถึงตรงนี้ มีจุดที่ไม่เหมือนญี่ปุ่นอยู่อย่างเดียว นั่นก็คือ อันเดอร์แวร์นี่หล่ะค่ะ เพราะออนเซนแบบญี่ปุ่นแท้ๆ คุณจะต้องล่อนจ่อนอย่างเดียวเท่านั้น ฮา..

เมื่อเปลือยจนหมดสิ้นแล้ว (สำหรับเรา ตอนนี้อยู่เมืองไทย ก็ขอใส่อันเดอร์แวร์เถอะค่ะ) ก็เอาของไปเก็บที่ล็อกเกอร์ของตัวเอง จะรู้ได้ไงว่าของเราตู้ไหน ให้ดูจากกำไลข้อมือที่พนักงานให้มาตั้งแต่ตอนแรกล่ะค่ะ จากนั้นก็เอากำไลของเรา ตรงส่วนที่มีเลขไปแตะกับที่จับล็อกเกอร์ ให้เซนเซอร์ได้ทำงานจนมีเสียง ตึ่ง..งตึง..ตึ๊งง ก็สามารถเปิดตู้เก็บขอได้เลยค่ะ
และแล้วก็ถึงเวลาเข้าไปแช่สักที ทีนี้ก่อนแช่ออนเซน ดื่มน้ำก่อนสักหน่อยก็ดีนะคะ เพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย เค้ามีตู้น้ำวางให้อยู่แล้ว กินได้เลย ฟรี ไม่เก็บเงินเพิ่มค่ะ
พอเข้าไปในส่วนบ่อออนเซน ก็จะเจอกับส่วนชำระร่างกาย หรือเรียกให้ง่ายก็คือ ส่วนอาบน้ำค่ะ เค้าก็จะจัดเตรียมอุปกรณ์ประกอบการอาบน้ำไว้ให้ มีทั้งครีมอาบน้ำ, แชมพู และครีมนวด มีอ่างพลาสติกใส่น้ำเล็กๆ (เพราะมันใหญ่กว่า ขันก็เลยเรียกว่าอ่างเล็กๆละกันนะคะ) และฟักบัวอาบน้ำ ซึ่งคุณสามารถเลือกวิธีการอาบได้ตามสะดวก ตรงนี้อาบยังไง ก็สุดแล้วแต่วิธีของแต่ละคนนะคะ 55+ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องสะอาดเท่านั้น พอสะอาดแล้ว ก็เลือกลงบ่อกันได้เลยค่ะ

บ่อของที่นี่มีทั้งหมด 6 ชนิด ไม่รวมห้องอบไอน้ำ เราจะขอรีวิวบ่อ ออนเซน ไทย ทั้ง 6 ชนิด ตามความรู้สึก ดังนี้ค่ะ

1. บ่อนี้จะอยู่ด้านหลังของส่วนอาบน้ำ อุณหภูมิของบ่อนี้ไม่รู้กี่องศา แต่โอเคสำหรับมือใหม่ค่ะ
2. ตรงกันข้ามกับบ่อที่ 1 เราขอเรียกว่าบ่อปราบเซียน เพราะน้ำในบ่อนี่ร้อนจนคุณสะดุ้งได้เลยล่ะค่ะ อันนี้ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่นะคะ
3. ติดกับบ่อปราบเซียน มีลักษณะเป็นน้ำฟู่ๆ ฟองๆ แบ่งเป็นช่องๆด้วยกัน 4 ช่อง ช่องใครช่องมัน อันนี้อุณหภูมิของน้ำค่อนข้างเบาๆ แช่สบายๆ ชิลล์ๆ กว่าบ่อที่ 1 แต่แช่นานๆก็เหงื่อออกได้เหมือนกัน
4. บ่อตรงข้ามบ่อที่ 3 ติดกับห้องสตรีม (อบไอน้ำ) เป็นบ่อน้ำเย็นค่ะ
5. ออกไปเอ้าท์ดอร์ด้านนอก บ่อใหญ่ อุณหภูมิเยอะกว่าบ่อที่ 1 นิดนึง
6. อยู่ตรงข้ามบ่อที่ 5 เป็นถังไม้ น่ารักๆค่ะ อันนี้ให้ความรู้สึกส่วนตัวไพรเวทสุดๆ ส่วนตัวแล้วเราชอบบ่อนี้นะ เราว่าอุณหภูมิกำลังดี ร้อนกว่าบ่อที่ 1 นิดหน่อย

ครบแล้ว 6 บ่อ ถ้าให้ diylifestyleblogs แนะนำนะ ขอแนะนำ ดังนี้ค่ะ

1. สำหรับผู้ฝึกหัด(ลงออนเซน) แนะนำบ่อที่ 3 แล้วตามด้วย 1 จากนั้นก็ 6 หรือ 5 ค่ะ
2. สำหรับชั้นกลาง แนะนำเป็น 1, 5-6, 2 และจบที่ 3 ค่ะ (เพราะ 2 มันปราบเซียนมากจริงๆ)
3. ชั้นสูง ชั้นเซียน แนะนำว่าเอาที่สบายใจเลยค่ะ แต่ขอให้ลองบ่อที่ 2 นะคะ
ส่วนตัวเราอยู่ในระดับกลาง จะแช่อยู่ไม่เกิน 15 นาที ของแต่ละบ่อ พอขึ้นแล้วก็ไปนั่งที่จุดอาบน้ำพักนึง จากนั้นก็อาบน้ำปกติค่ะ เรามาแช่ 2 รอบเลย รอบแรกก่อนนวด เหมือนได้วอล์มร่างกาย เสร็จแล้วก็ไปนวดไทย 1 ชั่วโมง กลับมาลงแช่ออนเซนอีกรอบค่ะ
หลังจากสบายตัวแล้ว ก็ถึงเวลาเปลี่ยนชุดกลับแล้วล่ะค่ะ กลับมาที่ห้องแต่งตัว ดื่มน้ำอีก 1 แก้ว เปลี่ยนชุดและสามารถเป่าผม หวีผมได้ตรงคอร์เนอร์โต๊ะเครื่องแป้ง เพราะเค้าเตรียมไดร์เป่าผม ทั้งร้อนและเย็น , กระดาษทิชชู่, คอตตอนบัท, หวี, หนังยางรัดผม และโลชั่นทาผิว นอกจากนี้ใครอยากชั่งน้ำหนักก็มีบริการเช่นกันค่ะ อ้อ…. มีกระจกบานค่อนข้างใหญ่ด้วยนะคะ

สำหรับใครที่สนใจ เราพูดเลยว่าเดินทางง่ายมาก มาได้ทั้งทางพระราม4 ตรงทางไปมาลีนนท์ เลี้ยวซ้ายตรงบิ๊กซี พระราม 4 เลี้ยวซ้ายอีกทีตรงโครงการ A square ขับรถตรงเข้าไปนิดหน่อยก็เจอออนเซนสวยๆแล้วล่ะค่ะ ส่วนใครสะดวกมาทางบีทีเอส ให้ลงสถานีพร้อมพงษ์ แล้วต่อมอเตอร์ไซค์เข้ามา ใครงง ใครอยากได้รายละเอียดเพิ่มเติม ดูได้ที่ www.yunomorionsen.com

อ๊า…วันนี้สบายตัวมากๆ เอาไว้คราวหน้า…
จะมาเล่าเรื่องประสบการณ์นวดไทยครั้งแรกให้ได้อ่านกันนะคะ

เจอกันใหม่บ๊าย..บาย ?

พูดคุย เม้าท์มอยได้ที่ www.facebook.com/DIYLifestyleEtc/

Author

Write A Comment