สวัสดีวันอาทิตย์ที่ 31 ธันวาคม ปี 2017

วันสุดท้ายของปีแบบนี้ LillyLhin ก็ขอบันทึกสิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอด ปี 2017 ที่ผ่านมากันสักหน่อย และอยากจะตั้งเป้าหมายในปี 2018 เพื่อเป็นแนวทางให้กับตัวเอง 55+

ปี 2017 :  LillyLhin ทำอะไรและได้เรียนรู้อะไรบ้าง…?

ปี 2017 ที่ผ่านมา LillyLhin ได้เรียนรู้อะไรบ้าง และเป้าหมายในปี 2018

  1. ปีแห่งการเดินทาง

ที่ญี่ปุ่นเมื่อถึงสิ้นปีเค้าจะมีการกำหนดตัวคันจิแห่งปีเพื่อเป็นการประมวลเหตุการณ์สำคัญที่ผ่านมาของประเทศนั่นเองค่ะ จากไอเดียคันจินั้น เราก็ขอยืมมากำหนดคันจิแห่งปีของเราบ้าง ซึ่งจากการประมวลผลเราก็สรุปได้ว่า คันจิแห่งปีของเราประจำปี 2017 นั้นก็คือ 旅 (Tabi) หรือ การเดินทาง นั่นเองค่ะ

ปีนี้เราได้เดินทางไปยังต่างประเทศทั้งหมด 5 ครั้ง แบ่งเป็น สิงคโปร์ 2 ครั้ง , เกาหลี 2 ครั้ง และ บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย 1 ครั้ง ซึ่งบอกเลยว่าเป็นการเดินทางด้วยหน้าที่การงานและเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวอย่างละหนึ่งครั้ง ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสอันดีของ LillyLhin ที่ได้สัมผัสประสบการณ์ในมุมมองใหม่ ซึ่งต้องขอขอบคุณหน้าที่การงานและโอกาสต่างๆที่เข้ามา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ J

นอกจากต่างประเทศแล้ว เรามีเดินทางในประเทศแบบบินจริงจัง 2 ครั้งด้วยกัน นั่นคือ เชียงคาน และ ภูเก็ต ซึ่งนอกจากนั้นก็เป็นทริปใกล้ๆกรุงเทพฯ​ เช่น นครปฐม, สุพรรณบุรี,​ ปราณบุรี อะไรเทือกนั้น และส่วนใหญ่จะเป็นการเดินทางกับครอบครัวเพื่อพักผ่อนนั่นเองค่ะ

นอกจากการเดินทางแบบเห็นภาพจริงจังที่เล่าไปแล้ว การเดินทางในชีวิตประจำวันของเราก็ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรมากมายเหมือนกัน แค่นั่งรถออกจากบ้าน ไปที่ทำงาน ก็ได้เห็นถึงชีวิตและความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เหมือนกันในแต่ละวันแล้ว และนั่นทำให้เรารู้สึกช่างสังเกตและใส่ใจคนรอบข้างและสิ่งรอบตัวมากขึ้น จากเดิมที่คิดว่าการต้องนั่งรถไกลๆไปทำงานเป็นเรื่องน่าเบื่อ ก็เปลี่ยนมุมมองใหม่ และสนุกกับมันให้มากขึ้น

ปี 2017 ที่ผ่านมา LillyLhin ได้เรียนรู้อะไรบ้าง และเป้าหมายในปี 2018

  1. เรียนรู้ชีวิต และรู้สึกมากขึ้นกับความไม่แน่นอน

ตั้งแต่ 13 ตุลาคม 2016 ที่ผ่านมา จนถึง ปี 2017 ที่เกิดเหตุการณ์สูญเสียครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ทำให้เราตระหนักมากขึ้นถึงความที่จะต้องใส่ใจกับความเป็นส่วนรวม ความที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำอะไรต่อมิอะไรให้กับคนไทยนั้นมันทำให้คนเล็กๆอย่างเราต้องลุกขึ้นมาทำอะไรให้กับสังคมบ้าง ดังนั้นเราจึงตั้งใจกับตัวเองไว้ว่าจะทำเพื่อสังคมให้มากขึ้น อย่างน้อยก็เริ่มจากตัวเอง ทำตัวเองให้เป็นคนดี ใส่ใจและดูแลครอบครัวให้มากกว่าที่เคย รักและสามัคคีกัน เนื่องจากจุดเล็กๆของครอบครัวก็คือรากฐานของสังคมในที่สุด ดังนั้นหากเริ่มจากตัวเรา ครอบครัว ดูแลและมีจิตสำนึกในเรื่องของส่วนรวม เริ่มแบ่งปันและดูแลกันมากขึ้นก็จะกลายเป็นสังคมที่น่าอยู่ได้ในที่สุด เราเชื่อแบบนั้น และนั่นอาจเป็นส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งที่ทำให้พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ของเรามีความสุขที่ได้เห็นคนไทยรักกันมากขึ้นก็เป็นได้ คิดถึงพ่อหลวงจัง 💜

การสูญเสียของญาติทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ชีวิตเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และคนที่อยู่ควรเรียนรู้และทำทุกวันให้ดีที่สุด ปี 2017 ที่ผ่านมา เราได้รับข่าวการสูญเสียและเข้าร่วมในงานศพด้วยกัน 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นงานของพี่สาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง (ลูกสาวของน้องสาวคุณแม่) และอีกงานเป็นงานของคุณลุง (พี่ชายของคุณแม่เรา) ยอมรับว่าปกติไม่ค่อยไปร่วมงานแบบนี้สักเท่าไหร่ ด้วยเพราะความกลัว โน่นนั่นนี่ที่เราติดมาตั้งแต่เด็กๆ แต่คราวนี้รู้สึกเปลี่ยนไป เนื่องจากความเติบโตทางความคิดของเรา ที่ไม่ได้มองเรื่องของความกลัว แต่กลับมองว่านี่คือความจริงของชีวิตที่ทุกคนต้องเผชิญ การที่เราไปร่วมในงานนั้นก็เพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนที่อยู่ ไปร่วมเพื่อดูแลกันและเรียนรู้ว่าควรจะดูแลกันให้ดีที่สุดในวันที่อยู่ด้วยกันมากกว่า

ปี 2017 ที่ผ่านมา LillyLhin ได้เรียนรู้อะไรบ้าง และเป้าหมายในปี 2018

  1. โอกาสและงานฟรีแลนซ์

นอกจากเราจะทำงานประจำแล้ว ในช่วงวันหยุดเรายังรับงานแบบฟรีแลนซ์ด้วยค่ะ สารภาพตามตรงว่าเป็นคนค่อนข้างบ้างาน ในวันเสาร์อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดเรามักจะทำงานอยู่เสมอล่ะค่ะ ก็แหม..ลูกค้าเอาเงินเอางานมาให้ เราก็ต้องรับในวันที่ยังมีพลัง ใช่มั้ยหล่ะ ซึ่งเราก็มีความสุขกับการทำงาน ถึงแม้บางครั้งอาจจะอยากพักบ้าง แต่โดยรวมก็ชอบและสนุกกับมันค่ะ ยังไงก็ต้องขอบคุณทุกโอกาสที่เข้ามาด้วยนะคะ

ปี 2017 ที่ผ่านมาเราได้โปรเจคใหญ่รายเดือนหลายโปรเจคด้วยกัน และนั่นทำให้เราเรียนรู้ที่จะเติบโตทั้งเป้าหมายในอนาคตและการพัฒนาตัวเอง

ปี 2017 ที่ผ่านมา LillyLhin ได้เรียนรู้อะไรบ้าง และเป้าหมายในปี 2018

  1. มังสวิรัติ เจ และการดูแลสุขภาพ

เรากินมังสวิรัติมาประมาณ 2 ปีเต็มๆแล้วล่ะค่ะ เพราะอะไรถึงเริ่มน่ะหรอคะ ก็เพราะว่าเราไม่อยากกินเนื้อสัตว์ สงสาร 55+ ง่ายๆแบบนี้เลย เรื่องของเรื่องเราอยากกินมาตั้งแต่ตอนยังเป็นเด็กมอต้นแล้วหล่ะ แต่ที่บ้านไม่เห็นด้วย ไม่มีเพื่อนกิน ก็เลยล้มเลิกความตั้งใจมาจนกระทั่งเจอเพื่อนที่ทำงานเป็นมังสวิรัติตัวแม่เมื่อสองปีก่อน ก็เลยกลายเป็นว่ามีเพื่อนกิน และชวนให้ที่บ้านกินด้วยกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ใน 1 สัปดาห์ เราจะกินวันเกิดกับวันพระค่ะ ซึ่งวันเกิดก็จะยึดจากเสียงข้างมากของคนในครอบครัว 55+ เรากับแม่เกิดวันจันทร์ พ่อ วันพฤหัสบดี และน้องสาว เป็นวันเสาร์ ดังนั้น วันจันทร์ก็เลยชนะแบบใสๆ กินมาสองปีได้อะไรบ้าง หนึ่งเลยได้ความสบายใจ และสองรู้สึกว่าสุขภาพเราดีขึ้นนะ งดเนื้อสัปดาห์ละสองวัน กินผักมากขึ้น มันก็มีความสุขเหมือนกัน

แต่สิ่งที่เรารู้สึกไม่ค่อยสำเร็จในปีนี้กับเรื่องมังสวิรัติก็คือ ความจริงจังตั้งใจของเรามันลดลงเยอะกว่าปีที่แล้ว จากที่เคร่งครัดกับตัวเองก็ดูจะหยวนๆให้กับตัวเอง ดังนั้นในปี 2018 เราจะลองตั้งใจเต็มที่ดูอีกครั้ง

ส่วนเรื่องกินเจนั้น กินมาน่าจะเกิน 5 ปีแล้วล่ะค่ะ ทำได้ดีขึ้นทุกๆปี ไม่รู้สึกอยากเนื้อ เห็นไก่ทอด โน่นนี่แล้วตบะแตกขึ้นมา ปีหน้าก็จะทำแบบนี้ต่อไปค่ะ

ปีนี้ 30 พอดี ก็เลยปรับความคิดใหม่ว่าควรดูแลตัวเองมากกว่านี้ ออกกำลังกายมากขึ้น เครียดให้น้อยลง (อันนี้ยากจัง ใครมีคำแนะนำดีๆบอกกันบ้างนะ)

  1. มิตรภาพ, ความสัมพันธ์ การออกจากพื้นที่ปลอดภัย และการวางแผนอนาคต

เราเปลี่ยนงานใหม่แล้วหล่ะ ประมาณช่วงกันยายนที่ผ่านมานี้เอง หลังจากที่อยู่ที่เดิมมาสองปีครึ่งเห็นจะได้ การออกจากที่เดิมๆ มันทำให้รู้สึกกังวลก็จริง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนของการลาออกของเราที่จะทำให้เราต้องเสียใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะงานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา และเราต้องเติบโตขึ้นต่อไป

สิ่งที่เห็นทุกครั้งของการลาออกก็คือความสัมพันธ์ มิตรภาพ และการเติบโต ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกัน และเราดีใจที่ผ่านมาได้ มันทำให้เรารู้ว่า เราเติบโตขึ้นมาอีกก้าวหนึ่งแล้วนะ

ส่วนเรื่องการวางแผนอนาคต เรายอมรับเลยว่าค่อนข้างซีเรียวกับเรื่องนี้อยู่มากเหมือนกัน กำลังจะ 30 แล้วจะยังไงดีนะ แต่เราก็สามารถก้าวผ่านมาได้ด้วย สิ่งที่เราตั้งใจไว้ ทั้งสินทรัพย์และความสุขที่มากขึ้นกว่าเดิมของครอบครัว 💜 เราทำได้ก่อนที่จะเข้า 30 รู้สึกดีใจจัง 55+

LillyLhin กับเป้าหมายใน ปี 2018

ปี 2017 ที่ผ่านมา LillyLhin ได้เรียนรู้อะไรบ้าง และเป้าหมายในปี 2018

ขอโน้ตไว้เป็นข้อใหญ่ๆ 3 ข้อที่อยากทำให้สำเร็จในปีหน้าก็แล้วกันเนอะ

  1. ดูแลตัวเอง และครอบครัวให้ได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งเรื่องการออกกำลังกาย การไม่เครียด ไม่บ้างานจนมากเกินไป ให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น เป็นสิ่งที่เราอยากทำให้ดีขึ้นในปี 2018 และจะต้องทำให้ได้

  1. เคร่งครัดกับตัวเอง อย่าปล่อยให้อารมณ์นำทาง

รู้สึกว่าปีที่ผ่านมา อยู่กับตัวเองมากไปหน่อย ชอบปล่อยให้อารมณ์นำทาง เวลาอินกับอะไรนี่นะ เตลิดเปิดเปิดไปเสียทุกที จากที่เป็นคนชอบแพลนและต้องทำตามที่แพลนไว้ก็กลายเป็นตามใจตัวเองมากขึ้น ดังนั้้นในปีหน้า เราจะรวมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันให้ลงตัวมากขึ้น 55+ คือจะไม่ซีเรียสกับแพลนจนเครียดมากเกินไป แต่ก็จะไม่ให้อารมณ์มาทำให้ต้องเปลี่ยนแพลนง่ายๆ จะทำได้มั้ย ต้องลองดูกัน!!

  1. ทำโปรเจคในหัวและอัพเดตบล็อกให้บ่อยขึ้น

มีโปรเจคที่อยากลองทำเต็มเลย แต่ด้วยความงานเยอะ ก็เลยต้องผลัดออกไป ซึ่งบล็อกเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เราเลยอยากจะตั้งใจและสม่ำเสมอกับสิ่งที่คิดมากขึ้น เริ่มจากบล็อกที่ตั้งใจว่าจะอัพทุกสัปดาห์ จริงๆ คอยดูสิ

สำหรับเรื่องเที่ยวนั้น ไม่ต้องห่วง เรารู้สึกว่า การเดินทางให้อะไรกับเราเสมอ ดังนั้น ถ้าปี 2018 เราไปเที่ยวไหนก็จะมาอัพเดตให้ทุกคนได้อ่านกันและสม่ำเสมอมากขึ้นแน่นอน

ปี 2017 และ ปี 2018 ของเราเป็นประมาณนี้ แล้วเพื่อนๆหล่ะเป็นประมาณไหน มาแชร์กันบ้างนะ 💜

ทักทายพูดคุยกันต่อได้ที่ www.facebook.com/DIYLifestyleBlogs/

 

Author

Write A Comment