รอบนี้ได้นั่งรถเมล์เที่ยวสิงคโปร์ รู้สึกสนุกใกล้ชิดคนท้องถิ่นกันมากขึ้น 🙂

มาเที่ยวสิงคโปร์รอบนี้ เพราะว่าโชคดีได้รับรางวัลตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักในสิงคโปร์ 2 คืน จากงานปาร์ตี้ปีใหม่ของออฟฟิศล่ะค่ะ (ต้องขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่า) ตอนได้รับรางวัลสารภาพว่า ก็ดีใจนะ แต่แบบไม่อยากไปสิงคโปร์แล้วอ่ะ (แอบงอแง 55+) แต่เพราะว่าฟรีทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พักก็เลยโอเคก็ได้ค่าา

สาเหตุที่ไม่อยากไปสิงคโปร์แล้วก็เพราะว่า เราไม่ค่อยประทับใจตอนไปครั้งแรก เพราะว่าคาดหวังไว้เยอะ ตั้งแต่สนามบินชางกี สนามบินที่ได้รับคัดเลือกว่าดีที่สุดติดอันดับท้อปทรีของโลก รวมถึงคนของเค้าที่ดูไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ ก็เลยกลายเป็นไม่ปลื้มไปโดยปริยาย

นั่งรถเมล์ สิงคโปร์

คราวนี้เราเลยคิดว่าจะให้โอกาสอีกครั้ง ไหนๆก็ได้ไปเที่ยวฟรีๆแล้วนี่เนอะ 🙂

รอบนี้เราเดินทางไปกับคุณแม่ค่ะ ไปเดทกันสองคน เหมือนตอนไปญี่ปุ่น เรียกว่าเป็นรอบสองสำหรับแม่และเราเหมือนกัน แล้วพอเป็นรอบสอง ก็เลยต้องหาที่เที่ยวที่ยังไม่เคยไป จึงแพลนแบบไม่แพลนไว้ว่า คอนเซปต์ของทริปนี้คือจะไปเที่ยวแบบคนท้องถิ่น

นั่งรถเมล์ สิงคโปร์
คนเย้อะะ…หามุมถ่ายรูปยาก มีคนญี่ปุ่นใจดีถ่ายรูปให้เรา

แพลนก่อนไป คือ พิพิธภัณฑ์เปอรานากัน ซึ่งเป็นศูนย์รวมของท้องถิ่นดั้งเดิมเป็นการเล่าเรื่องราวของชุมชนคนสิงคโปร์ บอกเลยว่าอันนี้อยากไปมากมาย ต่อมาก็คือ Garden by the bay เนื่องจากคราวที่แล้วไม่ได้ไป และเรากับแม่เป็นคนชอบดอกไม้ด้วยกันทั้งคู่ และ Merlion Park ถึงจะเคยไปแล้วแต่ได้ข่าวว่ามีอีเวนท์ light up ประดับไฟสวยสุดๆ แพลนคร่าวมากๆของเราก่อนไปหลักๆก็มีเท่านี้หล่ะค่ะ

นั่งรถเมล์ สิงคโปร์
เปอรานากัน สไตล์ ในย่าน Joo Chiat

ระยะเวลาของทริปนี้คือ 3 วัน 2 คืน ที่พักของเราคือ Aqueen Heritage Hotel อยู่ในย่าน Joo Chiat ค่ะ เราคิดว่าคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักย่านนี้เท่าไหร่หรอก…มั้ง เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังนะคะว่าย่านนี้เป็นยังไง อย่างที่บอกว่าเราแพลนแบบไม่แพลน คือหมายถึง เหมือนจะมีแพลนแต่ความจริงด้นสดเลยจ้า เน็ตก็ไม่ซื้อ แผนที่ก็เพิ่งหยิบที่สนามบิน ฮาาา (ไม่เคยไม่เตรียมตัวขนาดนี้เลยนะเนี่ย เศร้าใจ งานยุ่ง จนไม่มีเวลาแพลน ฮา) และเพราะว่าความด้นสด ก็เลยทำให้ได้สปีคอิงลิชกับคนท้องถิ่นเป็นการฝึกภาษาไปเรื่อยๆ 55+

นั่งรถเมล์ สิงคโปร์
ท่ารถเมล์

เราดูจากแผนที่ของโรงแรม เค้าบอกลงที่สถานี Eunos เราเลยนั่งรถไฟสายสีเขียวยาวๆมาจาก airport พอมาถึงสถานีเป้าหมาย เราก็ถามวิธีเดินทางไปโรงแรมต่อที่เค้าท์เตอร์ขายตั๋ว ซึ่งพี่สาวเค้าก็บอกมาว่าให้ นั่งรถเมล์ สิงคโปร์ สาย 154 นะจ้ะ แล้วลงป้ายที่สอง จากนั้นเดินไปได้เลย เรากับแม่จึงเดินไปนั่งรถเมล์ที่ท่ารถเมล์ซึ่งอยู่ใกล้ๆ

นั่งรถเมล์ สิงคโปร์
ดูเรียบร้อยมั้ยหล่ะ ขึ้นสายไหนก็ตรงเข้าช่องนั้น ไม่มีแซง ไม่มีแทรก แถวเดียว ผ่านตลอด

นั่งรถเมล์ สิงคโปร์

ถือว่าสะดวกมากๆเพราะท่ารถเมล์อยู่ไม่ไกลจากตั๋วสถานีรถไฟ เราตื่นเต้นมาก เพราะอยาก นั่งรถเมล์ สิงคโปร์ 55+ ท่ารถที่นี่เค้าจัดได้เป็นระบบระเบียบมาก แถมคนไม่เยอะ มีที่นั่งรอและยืนรอเป็นสัดส่วน เรารอกันไม่นานก็ได้ขึ้นแล้วล่ะค่ะ วิธีการขึ้นรถเมล์ที่นี่ก็คือ สามารถใช้บัตร E-Z Link ตื๊ดที่เครื่องบริเวณประตูหน้ารถได้เลย นั่งได้แป็บเดียวก็ป้ายที่สองเตรียมลงแล้ว พอลงปุ๊ป เราก็ถามคนท้องถิ่นแถวนั้น เค้าบอกให้เดินตรงไปแล้วหาป้ายเอาข้างหน้านะ เอิ่ม…ค่ะ เราเดินต่อไป แล้วไปถามทางกับคนอื่นอีก เจอคนมุสลิมใจดีมากค่ะ เค้าเปิดแผนที่ ช่วยเราเต็มที่ และก็พบว่าโรงแรมอยู่ด้านหน้าแค่เดินตรงไปเท่านั้น อยู่ฝั่งนี้หล่ะ เราขอบอกขอบใจแล้วเดินต่อ เดินไปไม่ถึงสิบก้าว เค้าก็วิ่งตามมาแล้วบอกว่าขอโทษครับ เมื่อกี้บอกผิด อยู่ฝั่งตรงข้ามนะ เห็นมั้ย ป้ายโรงแรมอยู่นั่นเอง เหยย…ใจดีเวอร์ ประทับใจ 🙂

นั่งรถเมล์ สิงคโปร์
พักที่นี่หล่ะ
นั่งรถเมล์ สิงคโปร์
เดินเล่นชมตึกสไตล์เปอรานากันแถวโรงแรม
นั่งรถเมล์ สิงคโปร์
สไตล์น่ารัก ทำให้ร้านค้าดูชิคขึ้นเป็นกอง
นั่งรถเมล์ สิงคโปร์
เดินเพลินมากค่า

การมาถึงโรงแรมในครานี้ ทำให้เรารู้สึกว่าเหนื่อยล้าเหลือเกิน ฝนก็ตก กระเป๋าก็หนัก เรากับแม่เช็คอินและนั่งพักเหนื่อยกันสักพัก ฝนหยุดตกแล้ว จึงออกเดินเที่ยวกันค่ะ และอีกเช่นเคย เราถามทางกับรีเซฟชั่นของโรงแรม เค้าใจดีมาก ทั้งๆที่เราแค่ถามว่าจากนี่ไปนั่งรถไฟฝั่งนี้หรือฝั่งนั้น เค้าถามเราว่าจะไปไหน แล้วจัดแจงคลิกๆในคอมพิวเตอร์แล้วปริ้นท์กระดาษออกมา 3 ใบ ไฮไลท์และยื่นให้เราแล้วเริ่มต้นอธิบาย คุณจะไปรถเมล์ก็ได้นะ รถไฟก็ได้ หรือแท็กซี่ก็ขึ้นได้เลยข้างๆโรงแรม เราบอกขอบคุณมากแล้วเดินออกมา ทริปของเรากำลังจะเริ่มต้นแล้วค่ะ

Garden by the bay

นั่งรถเมล์ สิงคโปร์

ที่สุดของความสุขของการเที่ยวในสิงคโปร์ บอกเลยว่า LillyLhin อยู่ที่นี่ได้ทั้งวันเลยค่ะ ดอกไม้กลิ่นหอมและความเย็นฉ่ำของที่นี่ทำให้เพลินจนลืมเวลาเลยล่ะค่ะ  สวนขนาดใหญ่แห่งนี้เป็นหนึ่งในโปรเจคที่เที่ยวใหม่ๆที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสิงคโปร์ล่ะค่ะ ไฮไลท์ของ Garden by the bay อยู่ที่โดมใหญ่ๆ 2 โดม ซึ่งได้แก่ Flower Dome และ Cloud Forest นั่นเองค่ะ

ช่วงที่ไปเมื่อประมาณต้นปี 2017 โชคดีเพราะเค้าจัดโดมในธีม ฤดูใบไม้ผลิ และให้ซากุระได้เป็นนางเอกของงาน ทำให้เราได้เห็นซากุระบานในสิงคโปร์ บอกเลยว่าสวยไม่แพ้ญี่ปุ่นเลยล่ะค่ะ
นั่งรถเมล์ สิงคโปร์ นั่งรถเมล์ สิงคโปร์ความสดชื่นก็คือ ความสวยงามของดอกไม้ที่เบ่งบานอย่างสดใสอยู่บนต้น กลิ่นหอมๆของมันเหมือนกับว่าได้บำบัดให้เราผ่อนคลาย เหมือนกำลังพักผ่อนอยู่ในสปาเลยล่ะค่ะ การตกแต่ง การจัดวางพรรณไม้ต่างๆของที่นี่นั้นเค้าจะจัดเป็นโซนทวีปบ้าง เป็นเขตเช่นร้อนบ้าง ร้อนชื้นบ้าง ทำให้เราได้เห็นพรรณไม้แปลกตามากมาย เพลินตา แถมยังได้ความรู้ด้านพฤษศาสตร์อีกด้วย

นั่งรถเมล์ สิงคโปร์ นั่งรถเมล์ สิงคโปร์

นั่งรถเมล์ สิงคโปร์ นั่งรถเมล์ สิงคโปร์ นั่งรถเมล์ สิงคโปร์ นั่งรถเมล์ สิงคโปร์

ชื่นชม ถ่ายรูปกันอยู่ในโดมดอกไม้อยู่พักใหญ่ก็ไปเดินดูป่ากันบ้างค่ะ เค้าจัด Cloud Forest ให้เรารู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าป่ามหัศจรรย์ที่นอกจากจะมีพรรณไม้เขตร้อนชื้นมากมายมารวมอยู่ด้วยกันแล้ว ยังสร้างบรรยากาศให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนกับกำลังเดินสำรวจพรรณไม้ในป่าอีกด้วย ซึ่งไม่ใช่แค่ต้นไม้เท่านั้น ยังมีน้ำตก การจัดแต่งแสงไฟ และความรู้เรื่องระบบนิเวศและเส้นทางเขาวงกตแบบมินิให้เราได้รู้สึกว่าได้ร่วมผจญภัยได้อีกด้วย

นั่งรถเมล์ สิงคโปร์ garden by the bay

คำแนะนำของ diylifestyleblogs ก็คือ ควรพกผ้าพันคอ, เสื้อแขนยาว หรือว่าคาดิแกนเข้าไปด้วยนะคะ เนื่องจากด้านในโดมติดตั้งเครื่องปรับอากาศที่ควบคุมอุณหภูมิต้นไม้ ดอกไม้สดชื่น ในอุณหภูมิประมาณ 23-35 องศาเซลเซียส ดังนั้นใครที่ขี้หนาว แนะนำพกเสื้อไปด้วยจะทำให้เดินเล่นได้อย่างสนุกมากกว่าค่ะ ?

นั่งรถเมล์ สิงคโปร์ garden by the bay 2

เรามาถึง Garden by the Bay ตั้งแต่บ่ายสาม เดินเรื่อยๆจนถึงประมาณใกล้ๆหกโมงเย็นค่ะ อยู่ด้านในจนฟ้าเริ่มมืดก็ชวนมะม๊าออกไปเดินดู Supertree Grove ที่กำลังโดดเด่นในยามราตรีด้วยแสงไฟหลากสีพอดิบพอดี ต้นไม้ยักษ์หลากสี ที่มีฉากหลังเป็น Marina Bay Sands ให้ความสวยงามระยิบระยับโดดเด่นจนมองไม่เห็นแสงดาว เรากับมะม๊านั่งเคลิบเคลิ้มชมแสงไฟอยู่พักนึง ก็ตัดสินใจเดินกลับที่พักกันล่ะค่ะ

บล็อกนี้พอเท่านี้ก่อน รอติดตามกันต่อในบล็อกต่อไปนะคะ ♡

ทักทายพูดคุยกันต่อได้ที่ www.facebook.com/DIYLifestyleBlogs/

Author

Write A Comment